ชม-ชิม-ชิล ณ ‘โฮจิมินห์ ซิตี้’

แม้นักท่องเที่ยวจำนวนหลายชิ้นจะรู้สึกสะดุ้ง กับความระส่ำระสายของเมืองที่มีขนาดใหญ่สุดในเวียดนาม แต่ว่าคนกรุง “โฮจิมินห์ สิตี้” หรือไซ่ง่อนในสมัยก่อน ล้วนแล้วแต่หลงเสน่ห์ภูมิลำเนาของตน ที่พวกเขามีความเห็นว่ามีความสงบอย่างน่าแปลก

เจมส์ คลาร์ก ชาวประเทศออสเตรเลียที่อาศัยในนครโฮจิมินห์ตั้งแต่ปี 2555 แล้วก็เขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวผ่านบล็อก “นอร์มาดิก โนตส์” พูดว่า การจราจรตรงนี้ดูเหมือนจะคุ้มคลั่ง  แต่ว่าเมื่อก้าวขึ้นรถ ที่ขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆด้วยความเร็วที่คงเดิม ก็เกือบจะมองไม่เห็นความโกลาหลเลย 

ส่วน เคลซี เฉิง จากนครชิคาโกซึ่งเคยอาศัยอยู่ในนครที่นี้ระหว่างเป็นอาสาสมัคร สารภาพว่า ไซ่ง่อนเป็นสถานที่สงบเงียบ แม้ว่าจะมีความยุ่งเหยิงทุกแบบก็ตาม วิธีการใช้ชีวิตของมนุษย์ก็มองบรรเทา รวมทั้งทุกคนดูเหมือนจะไปถึงที่หมายกันตามกำหนดเสียด้วย

บริเวณใบหน้าเป็นมิตรยังเจอได้ในเมืองที่สดชื่น ดูกระตือรือร้นแล้วก็ของกินข้างถนนที่เยี่ยมที่สุด รวมทั้งบางทีอาจเหมาะสมสุดในโลก แต่ แมตต์ บาร์เกอร์ ผู้จัดตั้งบริษัท “ฮอไรซัน ไกด์” ที่ย้ายจากอังกฤษมาอยู่นครโฮจิมินห์เมื่อปี 2558 เล่าว่า ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อมองดูลึกเข้าไปถึงแก่นแท้ของเมือง แล้วก็จะเริ่มรู้สึกยกย่องเมืองนี้

ผู้คนที่มองยุ่ง และก็ถนนหนทางที่เต็มไปด้วยรถจักรยานยนต์ทำให้นักเดินทางแห่หนีไปอยู่ตามเมืองอื่นๆของเวียดนาม ซึ่งบาร์เกอร์ ชี้ว่า เป็นความบกพร่อง

“ถ้าเกิดคุณมีเวลาท่องเที่ยวบริเวณคุณจะเจอเมืองที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ แบบอย่าง และก็ของกินอีกเพียบเลย”

ชาวโฮจิมินห์บางทีอาจมองขวานผ่าซาก ไม่ถูกกับกับชาวเวียดนามเหนือ แล้วก็เพื่อนบ้านในเอเซียอาคเนย์ โดยยิ่งไปกว่านั้นชาวไทยที่มองอบอุ่น ถึงแม้อาการบางสิ่งบางอย่างบางทีอาจแปลความหมายได้ว่าไม่สุภาพโดยไม่เจตนา การที่ประชาชนพูดแบบนั้นทำให้ท่านบางทีอาจรู้เรื่องได้ว่า อยากไหมอยากได้อะไร กล่าวอีกนัยหนึ่งชาวเวียดนามเหนือกล่าวว่า “ใช่” แต่ว่าบางทีอาจหมายคือ “ไม่ใช่” ในตอนที่ชาวโฮจิมินห์กล่าวว่า “ไม่ใช่” ก็คือ ไม่ใช่จริงๆ

พลเมืองวัยหนุ่มวัยสาวในเมืองนี้ยังมองเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่ง อลัน เมอร์เรย์ คนอังกฤษซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองนี้มากมายว่า 10 ปีแล้ว พูดว่า พวกเขาดูเหมือนกับว่าต้องการเป็นผู้ประกอบธุรกิจ เนื่องจากว่าทุกคนต่างถือสมาร์ทโฟนแล้วก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์ไปดำเนินการ

ถึงแม้ว่าทุกคนจะก้าวเดินอย่างรีบเร่ง ชาวกรุงก็เต็มอกเต็มใจที่จะยื่นมือเข้ามาให้ความให้การช่วยเหลือเมื่อจำเป็นจะต้อง

เฉิง เล่าว่า ในตอนวันแรกๆคุณหลงทางในเขต 3 และก็ใช้สัญญาณจากอินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) เพื่อเรียกเอ็งรบไบค์ในจุดนี้คุณรู้สึกค่อนข้างจะอาย แต่ว่าคุณก็ยื่นโทรศัพท์ให้ชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆให้ช่วยคุยกับคนขับขี่มึงรบเพื่อมารับคุณ คุณมีความรู้สึกว่า คนประเทศอเมริกาเป็นคนดี แต่ว่าคนเวียดนามนอกเหนือจากนั้น ด้วยเหตุว่าทุกคนมองเป็นมิตรกับคนอื่นแทบทั้งนั้น

อัน เดือง หัวหน้าผ่ายเทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพ “ทัวร์ เมกา” ชาวโฮจิมินห์ เห็นด้วยว่า ชาวไซ่ง่อนเป็นผู้เสียสละและไม่อยากการทดแทนคืนมา บางคราวบางทีอาจมองเห็นคนยืนตักชานมเย็นจากถัง แจกให้กับคนขับขี่มอเตอร์ไซค์ และก็พ่อค้าแม่ขายข้างทาง ทั้งช่วยเหลือคนอื่นๆอย่างเต็มใจรวมทั้งขะมักเขม้นเหมือนกับคนภายในครอบครัว

แนวทางดูเมืองที่เยี่ยมที่สุดการนั่งสเราเตอร์ แวะตามเขตต่างๆและก็ลองอาหารตามแผงที่เรียงรายเยอะไปหมด บาร์เกอร์เสนอแนะให้ทดลองกิน บัน ถิต เหนือง กวยเตี๋ยวเย็นขอบทางตำรับคลาสสิก มีหมูย่างบาร์บีคิวรวมทั้งผักกาดซูบผอมหั่นฝอย แค่เพียงหาร้านตามมุม แล้วดึงเก้าอี้พลาสติกนั่งก็ได้อร่อยแล้ว

ส่วนร้านค้า ลันช์ เลดี้ ในเขต 1 ยังเสิร์ฟกวยเตี๋ยวรสอร่อยแบบต่างๆ ในวันแล้ววันเล่าโดยไม่ต้องพึ่งแผ่นป้ายเมนูอาหารเลย ร้านค้านี้ยังเป็นโปรดของคนท้องถิ่น รวมทั้ง แอนโทนี โบร์เดน เชฟแล้วก็ผู้ดำเนินรายการโด่งดังคนอเมริกันด้วย

นครโฮจิมินห์แบ่งเป็น 24 เขต ผู้เดินทางจำนวนมากมักเริ่มจากเขต 1 ซึ่งเป็นเขตศูนย์กลางเมืองที่เต็มไปด้วยห้าง ตลาด บิ๋น ถั่น อันเลืองชื่อ แล้วก็สถานเริงรมย์เวลากลางคืนอย่างถนนหนทาง ฟาม งู เหลา ซึ่งเฉิง พูดว่า ดา เก่า ในเขต 1 เป็นบริเวณที่คุณชอบพอ เนื่องจากว่ามีแซนด์วิชเวียดนาม บั๋น หมี่ และก็ของกินอื่นๆข้างถนน แต่ว่าก็ยังอยู่ในอ้อมแขนของศูนย์กลางเมือง

เขต 2 ริมฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อน เป็นหลักที่แห่งหนึ่งที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ของเมือง เต็มไปด้วยห้องอาหาร แหล่งชอปปิง แล้วก็อาคารสูงหลายชั้น ผู้คนมักแห่ไปบริเวณแฟชั่นอย่าง เถา เดียน ที่ล้อมด้วยแม่น้ำ ซึ่งเพิ่งมีการก่อสร้างบางสิ่งบางอย่างเมื่อเร็วๆนี้ แถมยังห้อมล้อมด้วยกรุ๊ปห้องอาหาร อพาร์ทเมนท์ และก็สถานที่เรียน ส่วนคนต่างประเทศที่อาศัยอยู่ระยะยาว หรืออยู่กับลูกๆจะอาศัยอยู่ในบริเวณปริมณฑลเขต 7 ห่างจากเมืองลงไปด้านใต้ 20 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติและก็บ้านข้างหลังใหญ่มากยิ่งกว่า

นักเดินทางที่มีเวลาท่องเที่ยว 24 ชั่วโมงชอบไปดูชายหาด หวุง เต่า ทางตะวันออกเฉียงใต้ 93 กิโลเมตร หรือรอบๆดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ด้านตะวันตกเฉใต้ 200 กิโลเมตร แต่ว่าท่าอากาศยานที่มีอยู่เยอะแยะทำให้การเดินทางไกลสบายรวดเร็วทันใจขึ้น เกาะ ฝู ก๊วก ซึ่งอยู่นอกริมฝั่งเวียดนามและก็ใช้เวลาบินเพียงชั่วโมงเดียว ล่อใจนักเดินทางทั่วทั้งโลกด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสสะอาด ป่าดิบชื้นที่ยังไม่มีผู้ใดเข้าถึง พืชสวนห้องครัว ดนตรี และก็บรรยากาศแสงสีงดงาม

คนใดกันแน่ที่อยากได้หนีร้อน จำเป็นต้องเลือกไป ดา ลัด รอบๆเซ็นทรัล ไฮแลนด์ ห่างจากเมืองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 300 กิโลเมตร หรือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เวียดนามที่มีอากาศคงเดิมตลอดทั้งปี หรือ ดัก ลัก ทางตะวันออกเฉียงเหนือ 350 กิโลเมตร เพื่อดูน้ำตก กาแฟที่เป็นที่รู้จักสุดยอด รวมทั้งความมากมายหลากหลายด้านวัฒนธรรมที่มีกว่า 40 เชื้อชาติ

ส่วนเที่ยวบินไปยังเมืองต่างๆในทวีปเอเชียแพงถูกรวมทั้งใช้เวลาน้อย ถ้าหากเดินทางไปยังกรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ แล้วก็ประเทศสิงคโปร์บางทีอาจใช้เพียงแค่ 2 ชั่วโมงถึงที่หมาย ในตอนที่ประเทศฮ่องกงรวมทั้งไทเปบางทีอาจถึงด้านใน 3 ชั่วโมง

นครโฮจิมินห์มีค่าเลี้ยงชีพที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับเมืองต่างๆด้านตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกไปทานอาหารภายนอกคือเรื่องปกติรวมทั้งราคาถูก ราคาเพียงแต่ 80,000 ด่องต่อมื้อ (ราว 121 บาท) หรือน้อยกว่านั้น

เว็บเอกซ์แพตทิสตัน กล่าวว่า การเช่าบ้านก็ราคาแพงถูก ถ้าเป็นแฟลตอพาร์ตเมนต์อยู่ที่ 6.8 ล้านด่อง หรือ 10,270 บาทต่อเดือน ถูกกว่าราว 85% เมื่อเทียบกับอพาร์ตเมนต์ในนครนิวยอร์ก สหรัฐ

ในเวลาที่เว็บเครื่องปรับอากาศบีเอ็นบี มีบริการห้องที่แต่งอย่างงดงามพร้อมห้องครัว ราคาห้องต่อเดือนมีตั้งแต่ว่าราว 5,500 บาท ไปจนกระทั่ง 116,000 บาทซึ่งแลเห็นทัศนียภาพตลอดทั้งเมืองได้

“มีมากมายหลากหลายวิธีสำหรับในการใช้จ่าย แม้กระนั้นถ้าคุณเช่าที่พักที่มิได้มีประชาสัมพันธ์ตามเว็บชาวต่างชาติรวมทั้งของกินเขตแดน คุณอาจจะต้องอยู่ห้องเช่าทุกเดือน ที่ราคาแพงมากถึง 22.8 ล้านด่อง หรือราว 34,437 บาทอย่างยิ่งจริงๆ” คลาร์ก เตือน

ในตอนเดือนแรกที่มาอยู่โฮจิมินห์ คลาร์กใช้เงินไปเพียงแค่ 16.5 ล้านด่อง (ราว 24,921 บาท) แม้ว่าจะรวมค่ากาแฟ 3.4 ล้านด่อง (ราว 5,135 บาท) เข้าไปรวมทั้งตาม

ด้วยวัฒนธรรมนิยมดื่มกาแฟ ค๊อฟฟี่ช็อปก็เลยมากขึ้น 2 เท่า เหมือนกันกับพื้นที่ที่ทำการ ที่มากขึ้นอย่างยิ่งเพื่อรองรับสามัญชนดิจิทัล ที่ขวักไขว่อยู่ในเมืองที่นี้ 

 

Related posts