สนามบินชางอีใช้ AR ยกระดับบริการ

เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ถูกเสนอมาเขียนถึงหลายรอบในตอนของสมัยสังคมดิจิทัล ได้มีการปรับปรุงมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้มนุษย์ เป็นเทคโนโลยีที่ประสานโลกที่ข้อเท็จจริงกับโลกเหมือน ผ่านเครื่องมือต่างๆไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แว่น คอมพิวเตอร์ แสดงผลลัพธ์เปรียบเสมือนจริงแบบ 3 มิติ

คนไม่ใช่น้อยมีประสบการณ์ใช้งานกันมาแล้ว บางบุคคลก็ทราบบางบุคคลก็ไม่รู้ตัว ทางหนังสือพิมพ์ไทยเมืองเองก็ได้นำเทคโนโลยีนี้มานำเสนอในฉบับพิเศษครบรอบ “100 วัน ก้มอาลัยอาวรณ์พระมหากษัตริย์ ราชการ9” ทำหนังสือพิมพ์ให้มีชีวิตโดยใช้สมาร์ทโฟนมาสแกนรูปในหน้าหนังสือพิมพ์จะสามารถรับดูวีดิโอทางหนังสือพิมพ์ผ่านสมาร์ทโฟนได้ในทันที

เทคโนโลยีนี้ถูกประยุกต์ใช้ผลดีในหลายๆแวดวงไม่ว่าจะเป็นแวดวงแพทย์ มหาวิทยาลัย ท่องเที่ยว วงการบิน รวมทั้งปัจจุบันในท่าอากาศยาน ก็ได้ถูกประยุกต์ใช้เป็นท่าอากาศยานชางอี ของประเทศสิงคโปร์ที่เป็นท่าอากาศยานที่เยี่ยมที่สุดในโลก จากการจัดชั้นของหลายๆหน่วยงานในตอนก่อนหน้านี้

mashable.com กล่าวว่า อีกไม่นานนี้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ท่าอากาศยานที่นี้จะใช้เวลาคอยเรือบินในท่าอากาศยานไม่นานอีกต่อไป ด้วยเหตุว่าบรรดาสตาฟฟ์ที่ให้บริการบนภาคพื้นดินจะนำเทคโนโลยี AR พร้อมทั้งแว่นมาใช้บริการแล้วก็จะเป็นท่าอากาศยานที่แรกของโลกที่ถูกประยุกต์ใช้งาน

แบบอย่างการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน เป็นต้นว่า บุคลากรที่ดูแลการโหลดตู้ผลิตภัณฑ์ขึ้นเรือบินสามารถใช้แว่นดูและสแกน “คิวอาร์รหัส” ที่แสดงอยู่บนตู้ผลิตภัณฑ์หรือตู้คอนเทนเนอร์ที่ใส่กระเป๋าสำหรับใส่สิ่งของเวลาเดินทาง ก็สามารถดูกรยละเอียด เป็นต้นว่า น้ำหนัก ลำดับการโหลดหลังหรือก่อนไปจนกระทั่งต่ำแหน่งที่ถูกแบ่งสรรไว้บนเรือบิน

กล้องถ่ายภาพที่ฝังตัวชิดกับแว่นของข้าราชการท่าอากาศยานจะช่วยทำให้ข้าราชการในศูนย์ควบคุมสามารถพิจารณาข้าวของทั้งหลายแหล่แบบเรียลไทม์ โดยแว่นอัจฉริยะถูกประดิษฐ์โดยบริษัท Vuzix แล้วก็โปรแกรมคอมพิวเตอร์ถูกปรับปรุงขึ้นโดยบริษัทด้าน AR ชื่อ Eon Reality

หน่วยงาน SATs ของประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า กรรมวิธีการนำ AR มาใช้จะมีผลให้การโหลดสัมภาระทั้งหลายแหล่น้อยลงจากการใช้เวลา 60 นาที เหลือ 45 นาที จะลดเวลาของผู้โดยสารสำหรับการคอยลงแล้วก็ลดเวลาการขนส่งสำหรับผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ

นายเคลวิน เคยชิน รองประธาน โครงงาน SATs บอกว่า เดี๋ยวนี้การบริการถูกท้าโดยข้อมูลเรียลไทม์ถูกจำกัด และก็ใช้ระบบแมนวลสำหรับการดำเนินงานผ่านเอกสารที่เป็นกระดาษ รวมทั้งใช้วิทยุวอล์กกี้ ทอล์กกี้ ติดต่อกันซึ่งบางทีอาจจะเสียงดังแล้วก็ยากต่อการฟัง แต่ว่าแต่ การใช้ AR ผ่านแว่นก็มีความจำกัดแว่นหนึ่งชุดใช้งานได้เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงต่อการชาร์จกางตเต็มจำต้องใช้เวลาชาร์จนานถึง 5 ชั่วโมง

ซึ่งพูดได้ว่าแว่นหนึ่งชุดสามารถใช้งานได้สุดกำลัง 5 ชั่วโมงต่อวันแค่นั้น แล้วก็บุคลากรจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับในการรู้จักเฉลี่ยคนละหนึ่งอาทิตย์ ในช่วงเวลาที่บุคลากรปริมาณ 600 คน กำลังฝึกหัดกันแล้วก็คาดว่าจะใช้งานได้บริบูรณ์ในกลางปีหน้า

และก็จะยกฐานะการให้บริการไปอีกระดับ!!

ชายหนุ่มดิจิทัล
cybernet@thairath.co.th

Related posts

Leave a Comment