เปิดมุมมองใหม่จากใจหมอศัลยกรรมความงาม เสริมคางไม่ต้องเสี่ยงดวง เป็นเรื่องของฝีมือ

ย้อนเวลากลับไปไม่มากนัก เชื่อว่าหลายๆ คนยังคงจำได้กับประโยคเหล่านี้ “ทำคางสวยแค่แป๊บเดียว สักพักย้อยเป็นคางแม่มด” “ลองเสี่ยงดวงดูละกัน ถ้าโชคดีก็สวยแหละ”…ในยุคที่การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ง่ายเพียงปลายนิ้วคลิก สงสัยอะไร แค่เปิดอินเตอร์เนตก็มีคลิปรีวิวดูกันอย่างละเอียด คู่ขนานไปกับวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลถึงค่านิยม การยอมรับ และความเชื่อเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมเปลี่ยนไปเช่นกัน

นพ.ธรรมรัตน์ จันทร์นวล แพทย์เฉพาะทางด้านการเสริมคางหรือที่รู้จักกันดีในนาม “หมออาท” แห่งดิ อาท คลินิค (The Art Clinic)

“ไม่ต้องทำบุญมาก่อนผ่าตัด เพราะมันคือเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ผสมผสานกับศิลปะ และการทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต” นพ.ธรรมรัตน์ จันทร์นวล แพทย์เฉพาะทางด้านการเสริมคางหรือที่รู้จักกันดีในนาม “หมออาท” แห่งดิ อาท คลินิค (The Art Clinic) ย้ำถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการศัลยกรรม

ภาพตัวอย่าง ซิลิโคนรูปทรงต่างๆ ที่ไว้ใช้สำหรับเสริมคาง

การศัลยกรรมเสริมคาง คือหนึ่งในการศัลยกรรมเพื่อปรับแต่งรูปทรงใบหน้าให้มีมิติและมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับสรีระ ซึ่งมีทั้งการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาที่สัมพันธ์กับโรค อาทิ ผู้ที่มีคางถอย และอีกเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยม คือการเสริมคางเพื่อให้รูปหน้ามีความสวยงาม รวมไปถึงปรับโหงวเฮ้ง เนื่องจากรูปขนาดของคางนั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถกำหนด มิติของใบหน้าได้ ซึ่งในอดีตนั้นการเสริมคางค่อนข้างทำได้สวยยากจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าปัจจุบัน

“เพียงแค่ 1 องศา หรือ 1 มิลลิเมตร ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกัน ดังนั้น การทำศัลยกรรมนั้นสำคัญที่สุดคือความเชี่ยวชาญของแพทย์แต่ละคน รูปทรงของคางและกระดูกกรามของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเองผมได้พัฒนาเทคนิคพิเศษขึ้นมาซึ่งไม่ได้มีในตำรา เรียกว่าเทคนิค “Interlocking ซึ่งเหลาทั้งซิลิโคนและกระดูกเพื่อให้ทั้งคู่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคือความปลอดภัยหลังจากการผ่าตัด” คุณหมออาทเล่าถึง วิธีที่ใช้ในการทำศัลยกรรมเสริมคาง

ภาพตัวอย่าง ซิลิโคน Implant Grade

“Interlocking” หมายถึงการทำให้ชิ้นส่วนสองชิ้นต่อกันอย่างพอดีจนไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ซึ่ง หมอจะใช้เหลาซิลิโคนให้มีรูปทรงพอดีเพื่อเชื่อมระหว่างกระดูกคางและกล้ามเนื้อคางให้แนบสนิทที่สุด โดยปราศจากการใช้สกรูช่วย โครงหน้านั้นสามารถมองเห็นได้จากภายนอกจึงทำให้สามารถเตรียมชิ้นซิลิโคนในขนาดที่พอเหมาะไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดจะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ผ่าตัดด้านในริมฝีปาก จนได้เห็นรูปทรงกระดูกกรามของแต่ละคนที่ต่างกันแล้วนั้น จึงสามารถลงมือเหลาชิ้นซิลิโคน ชิ้นเดียวเพื่อคนหนึ่งคนเท่านั้น และนำไปเสริมไว้บริเวณใต้เยื่อหุ้มกระดูกเมื่อเวลาผ่านไปตัวเยื่อหุ้มของร่างกายมนุษย์จะทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมชิ้นซิลิโคนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าที่ไม่ว่าจะมองจากภายนอกหรือรู้สึกจากภายในก็เป็นธรรมชาติการเลือกใช้เทคนิคเสริมซิลิโคนจากการเปิดแผลด้านในช่องปากนี้จะทำให้รูปทรงของคางคงรูปอยู่ได้ โดยไม่มีรอยแผลเป็นที่เห็นได้จากภายนอก

อีกหนึ่งมุมมองที่หมออาทยกให้คนไข้เป็นคนสำคัญในการตัดสินใจ “เรื่องของรูปทรงใบหน้านั้นแต่ละคนก็มีมุมมองต่างกัน เพราะความสวยของแต่ละคนนั้นก็ไม่สามารถวัดได้อย่างมีมาตรฐาน แต่สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือการทำให้รูปหน้าสมสัดส่วน ในฐานะหมอจะทำหน้าที่แนะนำสิ่งที่เหมาะสม และให้ความมั่นใจในผลลัพธ์ แน่นอนว่าหลังจากการผ่าตัดนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการสมานแผล ซึ่งถ้าคนไข้ปฏิบัติตามข้อแนะนำ จะไม่เกิดการติดเชื้ออย่างแน่นอน ที่ผ่านมาตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของคนไข้ที่ผมทำให้ที่ติดเชื้อคือ ศูนย์ ดังนั้น ผมจึงให้ความสำคัญกับการคุยกับคนไข้ และฟังความต้องการเป็นหลัก พอทำเสร็จคนไข้จะได้พอใจกับสิ่งที่ต้องการ”

ห้องผ่าตัดและห้องพักผู้ป่วยภายในดิ อาท คลินิค

นอกเหนือจากโครงหน้าหลังเสริมคาง “ดิ อาท คลินิค” ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยกับคนไข้เป็นอย่างมาก ซิลิโคนที่เลือกใช้ที่มีมาตรฐานได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศจัดอยู่ประเภท Implant Grade คือเกรดที่สามารถใช้ในชั้นผิวหนังได้ ไม่มีปฏิกิริยากับร่างกาย ดีกว่าขั้น Medical Grade และ Food Grade รวมไปถึงห้องผ่าตัดและอุปกรณ์เครื่องมือ ต่างๆ ที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีด้วยระดับมาตรฐาน

ปัจจุบันที่ “ดิ อาท คลินิค” มีปริมาณผู้ใช้บริการเสริมคางมากขึ้น เปรียบเทียบเป็นหญิง 60% ชาย 40% โดยที่ในจำนวนเพศชายนี้ มีจำนวนเพศทางเลือกสูงถึง 80% ในขณะที่ช่วงอายุของผู้ที่มาเข้ารับการเสริมคางเริ่มตั้งแต่ 18 ปี โดยมีผู้ปกครองเป็นผู้พามาด้วยตัวเอง จากตัวเลขและข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความนิยมเรื่องของการเสริมคางนั้นมีกว้างขวางมากขึ้น

ปัญหาการแก้คางนับเป็นเคสที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นกัน คุณหมออาทมีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคาง ว่า “อยากให้คนไข้ศึกษาข้อมูลให้ดีอย่างรอบด้าน ทุกวันนี้มีเทคนิคหรือความเชื่อว่าสามารถฉีด หรือสารเติมเต็มอื่นๆ เพื่อเสริมคางได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมคาง ดังนั้นผลที่ตามมากลายเป็นคางเบี้ยว คางย้อย คางติดเชื้อ อย่างที่เห็นในข่าวบ่อยครั้ง พอต้องมาแก้จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้น ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น รวมไปถึงปัญหาที่เกิดจากการใช้ซิลิโคนที่ไม่ดี หรือเจอคนผ่าตัดที่ไม่ใช่หมอตัวจริง”

ฟังจากปากคุณหมอรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในตัวคนไข้ และมีคนไข้เชื่อในฝีมือจนคิวยาวไปหลายเดือนแล้วแบบนี้ คงทำให้เกิดความมั่นใจในการเสริมคางแบบไม่ต้องเสี่ยงดวงกันได้สักที

ดิ อาท คลินิค

Related posts

Leave a Comment