‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์ก ซินโนโลยี DS218+

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์ก ‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์ก สินโนโลยี DS218+  

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์ก –  จันท์เกษม รุณภัย เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage Technology) ในทุกวันนี้หาได้ทั่วๆไปรวมทั้งจำนวนมากแทบจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็น การโอนข้อมูลไปไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการคลาวด์ ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นแบบอย่างดาวน์โหลด ไปจนกระทั่งการสตรีมมิ่งได้อย่างเร็ว (ขึ้นอยู่กับแบนด์วิธอินเตอร์เน็ต)

แม้กระนั้นข้อวิพากษ์วิจารณ์เยอะที่สุดข้อหนึ่งของ การให้บริการ เป็น ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวแล้วก็ความยั่งยืนและมั่นคงของข้อมูล เพราะว่าบางบุคคลก็เกรงว่าไม่รู้จักวันใดข้อมูลที่สำคัญพวกนี้บางทีอาจหาย และก็ผู้ให้บริการ หรือคนใดกันแน่จะแอบเข้ามาล้วงข้อมูลไปหรือเปล่า

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์ก

เน็ตเวิร์ก สตอเรจ สิสเต็ม หรือระบบการจัดเก็บข้อมูลบนโครงข่าย ที่นิยมเรียกกันว่า แนส (NAS) เข้ามาจัดการกับปัญหาในจุดนี้อย่างชะงัด ด้วยเหตุฉะนี้สินค้า NAS ก็เลยมีลักษณะท่าทางการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอโดยยิ่งไปกว่านั้นในประเทศไทย

การเข้ามารุกตลาดของสินโนโลยี (Synology) หัวหน้าเครื่องมือการจัดเก็บข้อมูลบนโครงข่ายของโลกจากไต้หวัน นับว่าเป็นข้อชี้ชัดสำคัญที่สะท้อนถึงแนวโน้มเติบโตดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยผู้ทดลองได้รับช่องทางทดสอบ ใช้งานกล่องสินโนโลยี ดีเอส 218+ นานกว่า 1 เดือน ก็เลยนำประสบการณ์ใช้งานมาเล่าสู่กันฟัง

ถ้าคนไหนกันแน่ที่ยังดูไม่ออกว่าเจ้ากล่องนี้เป็นยังไง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เอาไว้เก็บข้อมูลดิจิตอลทั้งหลายแหล่ของผู้ใช้แล้วก็ให้เข้าถึงได้ผ่านอินเตอร์เน็ต กล่าวกล้วยๆว่าเป็นเปรียบเสมือนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวของผู้ใช้เองที่ปลอดภัยบันเทิงใจกว่า เนื่องจากตั้งไว้ที่บ้าน!

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์กไฟLEDงาม

เริ่มที่การออกแบบข้างนอก กล่องคลาวด์สินโนโลยี ดีเอส 218+ ดีไซน์มาได้น่าประทับใจผู้ทดลองมากมาย เพราะว่านอกเหนือจากขนาดที่กระชับ อุปกรณ์พลาสติกที่ทนทานแข็งแรง ยังมีการดีไซน์ที่บ่งถึงความโก้โฉบเฉี่ยวที่แลเห็นได้ตั้งแต่หน้ากากข้างหน้าซึ่งผู้ใช้เปิดออกมาได้ เปิดเผยให้มองเห็นช่องใส่หน่วยเก็บข้อมูลด้านใน 2 ช่อง รองรับทั้งยังแบบฮาร์ดดิสก์ รวมทั้งเอสเอสดี รวมทั้งไฟLED 4 ช่อง แสดงสถานะเครื่อง

อาทิเช่น Status, LAN Disk 1 รวมทั้ง Disk 2 ข้างล่าง มีช่อง USB 3.0 กรณีผู้ใช้มีฮาร์ดดิสก์แบบเอ็กซ์ เทอนอล เอามาทิ่มแล้วกดปุ่ม C ซึ่งจะก๊อปปี้ข้อมูลทั้งสิ้นในฮาร์ดดิสก์แบบเอ็กซ์เทอนอลเข้าไปเก็บข้อมูล ในทันที

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์กด้านใต้ – ข้างหลัง

รลงมาเป็นปุ่มเปิดดับเครื่อง ส่วนข้างหลังของเครื่องจะมี USB 3.0 อีก 2 ช่อง Gigabit LAN, eSATA และก็ช่องแทงปลั๊กไฟ ปุ่มรีเซ็ต รวมทั้งช่อง Kensington Security เพื่อล็อกไว้กับโต๊ะ

ดีเอส 218+ ยังต่างจากกล่องเก็บข้อมูล NAS หลายรุ่นตรงที่มีสเป๊กที่นับว่าแรงสำหรับ NAS โดยใช้ขุมพลังจากหน่วยประเมินผล หรือซีพียู รุ่น Celeron J335 จากค่ายอินเทล อเมริกา ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 2 หัว หรือ มองอัล-คอร์

พร้อมหน่วยความจำแรมขนาด 2 กิกะไบต์ (GB) รองรับช่องใส่ฮาร์ดดิสก์ หรือเอสเอสดี ปริมาณ 2 ช่อง มีอัตราความเร็วการอ่านข้อมูลแบบเข้ารหัสที่ 113 เมกะไบต์ต่อวินาที (MB/s) และก็อัตราความเร็วการเขียนข้อมูล 112 MB/s

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์กข้างๆ

จุดนี้จำต้องย้ำว่าถึงแม้ดีเอส 218+ จะรองรับช่องใส่หน่วยเก็บข้อมูล 2 ช่อง แม้กระนั้นมิได้มีความหมายว่าปริมาตรข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงของกล่อง NAS รุ่นนี้จะนำปริมาตรของทั้งสองมารวมกัน แต่ว่าการทำงานของดีเอส 218+ จะใช้ฮาร์ดดิสก์เพียงแต่ตัวเดียวสำหรับการเก็บข้อมูล ส่วนอีกตัวนั้นจะเป็นฮาร์ดดิสก์คู่เสมือนที่มีไว้เพื่อสำเนาข้อมูลตามการ ปฏิบัติงานในระบบ RAID 0 แล้วก็ 1 ดังเช่นว่า

แม้ผู้ใช้ใส่ฮาร์ดดิสก์ปริมาตร 1 เทราไบต์ (TB) เข้าไปทั้งยัง 2 ช่อง ปริมาตรรวมของกล่อง NAS จะอยู่ที่ 1TB นี้เองที่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลที่เก็บไว้กรณีหน่วยเก็บข้อมูลเสียสาวใดตัวหนึ่ง 

ความตรึงใจของสินค้านี้สำหรับเพื่อการทดลองเริ่มที่ กล่อง ด้วยเหตุว่าทำมาจากกระดาษการ์ดกระดาน นับว่าเป็นกระดาษรีไซเคิล สะท้อนถึงความเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมของสินโนโลยี เมื่อเปิดขึ้นมาผู้ใช้จะเจอกับตัวกล่อง NAS สายไฟพร้อมอะแด็ปเตอร์ คู่มือการต่อว่าดตั้งและก็นอต 8 ตัว สำหรับขันยึดฮาร์ดดิสก์กับช่องใส่ด้านในกล่อง NAS โดยผู้ใช้ควรจะเป็นผู้ไปพบซื้อหน่วยเก็บข้อมูลมาเอง ทางสินโนโลยีมิได้แถมมาให้

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์กกล่องรักษาโลก

เสนอแนะว่าควรจะใช้ฮาร์ดดิสก์ที่วางแบบมาเพื่อ NAS โดยยิ่งไปกว่านั้นจะยอดเยี่ยม เนื่องจากว่าฮาร์ดดิสก์จำพวกนี้มีความร้อนน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วๆไปมากมาย เหมาะสมกับการใช้แรงงานตลอดนานๆทำให้ต่ออายุการใช้แรงงานออกไปได้มากกว่า แต่ว่าแม้หาไม่ได้ก็สามารถใช้ฮาร์ดดิสก์ทั่วๆไปแทนได้

การตำหนิดตั้งนั้นทำเป็นง่าย เริ่มจากผู้ใช้ใส่ฮาร์ดดิสก์อีกทั้ง 2 ตัวเข้าไปในช่องใส่ที่ดีไซน์มาขนาดพอดี การล็อกแล้วก็อุปกรณ์ต่างๆมองแน่นหนาทน ปิดฝาด้านหน้าแล้วนำสาย Ethernet ที่แถมมาแทงจากช่อง Gigabit LAN ไปยังช่อง LAN ของพวกเราเตอร์ที่บ้าน

แล้วต่อจากนั้นแทงปลั๊กไฟและก็เปิดเครื่อง NAS เพื่อบู๊ต โดยจะใช้เวลาราว 1 นาที ในคราวแรก แล้วหลังจากนั้นเครื่องจะแผดเสียงสัญญาณเตือนว่าพร้อมใช้งาน ทั้งหมดทั้งปวงนี้ถูกแสดงเอาไว้ภายในคู่มือให้ถี่ถ้วนรวมทั้งเข้าใจง่าย ในส่วนของสาย Ethernet ที่แถมมานั้นเป็นชนิด Cat 5e มีแบนด์วิธสูงสุดที่ 1Gbps

‘คลาวด์’ ส่วนตัวสุดเวิร์กใส่ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัว

มาถึงการตำหนิดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์กันบ้าง จุดนี้เป็นอีกขั้นที่ผู้ทดลองต้องใจมากมาย เนื่องจาก NAS ตัวนี้มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ติดมาด้วย ไม่มีความจำเป็นต้องลงอะไรเสริมเติมทั้งมวล ผู้ใช้เพียงกระทำตามคู่มือด้วยการเปิดบราวเซอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากเครื่องเทอร์ม

Related posts