คอลัมน์ Think Tank: 'อเมซอน' จากผู้ค้าหนังสือออนไลน์ สู่การเป็นยักษ์ใหญ่ในแทบทุกด้าน

(FILES) / AFP PHOTO / GUILLAUME SOUVANT

อเมซอนเติบโตมาจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายในฐานะผู้ขายหนังสือผ่านทางออนไลน์มาสู่การเป็นยักษ์ใหญ่บนอินเตอร์เน็ต และเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะครอบครองตลาดขายส่งอาหาร จนถึงตอนนี้ได้คืบคลานเข้าสู่ตลาดบริการด้านสุขภาพอีกด้วย

อเมซอนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1994 ในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาและขายหนังสือเล่มแรกได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 1995 โดยเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งทำการบรรจุหีบห่อหนังสือที่จะส่งให้กับลูกค้าด้วยตนเองในช่วงเริ่มต้น

ในปี 1999 อเมซอนก้าวข้ามหนังสือมาสู่อุปกรณ์ไอที ของเล่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของตกแต่งบ้าน และวิดีโอเกมส์

หนึ่งปีต่อมา อเมซอนเปิด “มาร์เก็ตเพลซ” ที่ยินยอมให้ผู้ค้าภายนอกขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของอเมซอนได้ และได้เพิ่มประเภทสินค้าและหมวดหมู่ในการให้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อเมซอนเว็บเซอร์วิสที่เปิดตัวในปี 2002 ให้บริการแพลตฟอร์มการประมวลผลแบบคลาวด์ และทุกวันนี้กลายเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก ในปี 2005 อเมซอนเปิดตัว อเมซอน ไพรม์ บริการสมัครสมาชิกที่ส่งสินค้าให้ฟรี และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกจำนวนมาก เป็นการนำเสนอองค์ประกอบสำคัญในโมเดลการทำธุรกิจของอเมซอน ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการในส่วนนี้ แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า ไพรม์น่าจะมีสมาชิกประมาณ 90 ล้านคนในสหรัฐ

นอกจากนี้ อเมซอนยังได้ขยายตลาดไปสู่ระดับนานาชาติ โดยมีธุรกิจค้าปลีกในแคนาดา เม็กซิโก อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ จีน อินเดีย และออสเตรเลีย

อเมซอนยังได้ก้าวเข้ามาสู่วงการเพลง เกมส์ และอาหารอีกด้วย โดยเปิดตัวอเมซอนมิวสิก ที่ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงเมื่อปี 2007 ก่อนที่จะ พัฒนาไปเป็นบริการที่อยู่บนพื้นฐานของคลาวด์

อเมซอนก้าวเข้าสู่ธุรกิจร้านขายของชำในปี 2007 โดยใช้ชื่อว่าอเมซอนเฟรช ซึ่งถึงตอนนี้มีการจัดส่งสินค้าในชื่อใหม่คือ โฮลฟู้ดส์ ที่อเมซอนซื้อกิจการมาในราคา 13,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในข้อตกลงที่ประกาศไปเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

นอกจากนี้ อเมซอนยังก้าวเข้ามาเป็นคู่แข่งของเน็ตฟลิกซ์ ในด้านวิดีโอ โดยให้บริการทั้งการเช่าดีวีดีและสตรีมมิ่งมาเป็นเวลาหลายปี ถึงตอนนี้อเมซอนมีสตูดิโอที่ผลิตรายการและภาพยนตร์ของตนเอง ซึ่งหนังของอเมซอนเรื่อง “แมนเชสเตอร์บายเดอะซี” ได้รับรางวัลอคาเดมี อวอร์ดส์ หรือออสการ์เมื่อปีที่แล้วอีกด้วย

อเมซอนเริ่มผลิตคินเดอร์ เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-บุ๊ก ในปี 2007 และพัฒนาเป็นแท็บเล็ต คินเดอร์ ไฟร์ ในปี 2011 นอกจากนี้ยังออกสมาร์ทโฟนรุ่น ไฟร์ ในปี 2014 แต่ว่าไปไม่รอด

ร้านค้าปลีกแห่งแรกของอเมซอนเพิ่งจะเปิดที่เมืองซีแอตเทิลเมื่อปี 2015 ขณะที่ร้าน “อเมซอน โก” ที่ไม่มีจุดจ่ายเงิน เพิ่งจะเปิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโดยใช้เทคโนโลยีที่คิดเงินผู้ซื้อจากการหยิบสินค้าที่ชั้นวางโดยอัตโนมัติ

อเมซอนผลักดันการส่งสินค้าโดยใช้โดรนมาเป็นเวลาหลายปี โดยเริ่มโครงการดังกล่าวในอังกฤษเมื่อปี 2016 ที่อเมซอนบอกว่าอุปสรรคด้านกฎระเบียบในสหรัฐนั้นมีมากเกินไป

นับถึงสิ้นปีที่แล้ว อเมซอนมีพนักงานทั่วโลกกว่า 54,000 คน และยังมีหุ่นยนต์ที่ทำงานในโกดังอีกหลายพันตัว รวมทั้งยังค้นคว้าวิจัยในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีที่ใช้ในการโฆษณา และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

Related posts