นิทานอีสป มดกับตั๊กแตน เรื่องราวสอนใจให้ลูกรักรู้จักการแบ่งเวลา

          นิทานอีสป มดกับตั๊กแตน นิทานสอนใจพร้อมภาพอธิบายสุดสวยที่สามารถจะช่วยสอนให้เด็กๆรู้จักการแบ่งเวลาให้เป็น
          แนวทางสอนลูกรักให้รู้จักกับการแบ่งเวลาเล่นรวมทั้งเวลาเรียนออกมาจากกันอย่างเหมาะควร ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ท่านแม่คนไม่ใช่น้อยรู้สึกเจ็บปวดหัวอยู่ไม่น้อย เพราะว่าด้วยวัยที่ยังเด็กมากมาย ถ้าเกิดสอนเขาไปแบบตรงๆคงจะไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไรนัก แต่ว่าหากเปลี่ยนแปลงมาใช้แนวทางใหม่อย่างการเล่านิทานพร้อมแง่คิดคงจะช่วยสอนเด็กๆเจริญทีเดียว อย่าง นิทานอีสป มดกับตั๊กแตน ซึ่งให้ข้อคิดเตือนใจหัวข้อการแบ่งเวลาแถมมีรายละเอียดเบิกบานฟังได้แบบเพลินใจ ม่าม้าผู้ใดต้องการสอนลูกๆในหัวข้อการแบ่งเวลาผ่านนิทานบ้างก็ตามมาอ่าน นิทานอีสป มดกับตั๊กแตน ได้เลย 

            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในรอบๆท้องทุ่งอันกว้าง แต่งงานมดฝูงเล็กอาศัยอยู่รวมกันใต้โพรงดินขนาดกำลังพอเหมาะพอควร ซึ่งด้านข้างโพรงดินนั้นเป็นท่อนไม้เก่าที่ตั๊กแตนเจ้าสำราญใช้พักด้วยเหมือนกัน

นิทานอีสป
          ในฤดูร้อนที่ผลิตผลพรรณไม้เจริญงอกงามออกรวงมากไม่น้อยเลยทีเดียว สมาชิกบ้านมดทั้งหลายแหล่ต่างขยันขันแข็งเก็บเกี่ยวพืชพวกนั้นคุณแม่นไว้สำหรับฤดูหนาว ส่วนเจ้าตั๊กแตนกลับมัวแต่เล่นดนตรีอย่างเพลิดเพลินใจ แล้วก็สนเท่ห์ใจว่าเพราะเหตุไรฝูงมดจะต้องขยันถึงเพียงนี้ เมื่อมองเห็นแบบนั้นตั๊กแตนก็เลยแวะไปซักถาม

          “ฝูงมดตัวน้อยเอ๋ย พวกคุณจะรีบดำเนินงานเก็บพรรณไม้ไปเพราะเหตุไรกันมากมายก่ายกอง” ตั๊กแตนเอ่ย

          “ก็เก็บไว้รับประทานตลอดหน้าหนาวน่ะสิ” เสียงของมดซึ่งเป็นหัวหน้าตอบกลับพลางเก็บเกี่ยวพรรณไม้ไปด้วย

          “โห ! หน้าหนาวเลยหรือ อีกนานเลยจ๊า เพราะเหตุว่านี่ก็พึ่งเข้าหน้าร้อนเอง” เจ้าตั๊กแตนกล่าวด้วยน้ำเสียงฉงนใจ

          “ก็พวกเราเก็บเกี่ยวขณะนี้ หน้าหนาวจะได้มีของกินรับประทานอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์แถมได้พักแบบเต็มกำลังยังไงล่ะ” หัวหน้ามดชี้แจง

          “แต่ว่าเที่ยวเล่นพักในช่วงฤดูร้อนก็สนุกสนานไปอีกในลัษณะหนึ่งนะ เพราะอะไรจำเป็นที่จะต้องรอคอยถึงฤดูหนาวด้วย” เสียงตั๊กแตนตอบโต้กลับ “เอาเถอะ ฉันขอกลับบ้านไปเล่นดนตรี เต้นรำ ก่อนแล้วกันนะ
 
          ตั๊กแตนเดินกลับไปอย่างมีความสุขไม่ตกที่นั่งลำบาก ส่วนฝูงมดก็ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างขมีขมัน

นิทานอีสป

          เวลาผ่านไปไม่นานนัก ลมเย็นเย็นเยือกก็มาเยี่ยม เป็นสัญญาณเตือนว่าไปสู่หน้าหนาวแล้วนั่นเอง ในเวลาเดียวกันผลไม้พรรณไม้ที่เคยงอกงามต่างโรยรา จะหาอาหารมากินเกือบจะไม่มี แต่ว่าถึงจะอย่างไรฝูงมดก็ไม่ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากว่าพวกมันกักตุนอาหารไว้แล้วมากมายก่ายกอง

          “ดีนะเนี่ยที่พวกเราเก็บของกินเอาไว้มากมาย ตอนนี้จะได้รับประทานแบบไม่ต้องกลัวอด” มดตัวเล็กเอ่ยขึ้นมา

          “ใช่ๆจำต้องขอบคุณมากเราจริงๆที่ขยันขันแข็งทรหดอดทนปฏิบัติงานทำให้พวกเรามีกินในวันนี้” หัวหน้ามดประกาศขอบคุณมากท่ามกลางความดีใจของมดทุกตัว

          ก๊อกน้ำ ก๊อกน้ำ ก๊อกน้ำ ! !… เสียงเคาะประตูหน้าโพรงมดดังขึ้น “สงสัยมีแขกมาเลิศหรือเอาของกินมาแลกเปลี่ยนแน่ๆ” มดตัวเล็กบอกแล้วเดินไปเปิดประตู

นิทานอีสป

          หน้าประตูนั้นเป็นตั๊กแตนเจ้าสำราญผู้อาศัยอยู่อยู่ด้านข้างที่เคยมีอาการสดใสร่าเริง แม้กระนั้นโอกาสนี้ ตั๊กแตนกลับยืนก้มหัวด้วยความหิวโซ เพียงพอประตูเปิดก็เลยรีบเดินตรงมาหาหัวหน้ามดที่เคยเสวนาด้วยในทันที

          “สวัสดีมดเอ๋ย ฉันหิวอย่างยิ่งมิได้รับประทานอะไรมายาวนานหลายวัน เพียงพอจะมีของกินแบ่งฉันบ้างหรือไม่” ตั๊กแตนวิงวอน

          “อะไรกัน บ้านคุณไม่มีอะไรรับประทานเลยหรือ ตอนหน้าร้อนผลิตผลค่อนข้างจะสมบูรณ์บริบูรณ์” หัวหน้ามดถามด้วยความข้องใจ

          “ฉันมัวแต่ยุ่งกับการเล่นดนตรีรวมทั้งเต้นรำ เลยไม่ว่างมานั่งดำเนินงานสะสมของกินไว้รับประทานอย่างคุณ” คำอธิบายของตั๊กแตน

นิทานอีสป

          “อะไรกัน ! นี่คุณไม่ทำงานเลยหรอ มัวแต่เล่นดนตรีครึกครื้นเนี่ยนะ” หัวหน้ามดตะโกน ด้านตั๊กแตนก็ทำหน้าเจื่อนโดยไม่มีคำตอบโต้ “ถ้าหากคุณไม่เคยทราบแบ่งเวลาเล่นกับเวลาทำงาน ฉันก็อาจจะปันของกินให้คุณมิได้ เจ้ากลับไปเหอะ

          พอเพียงสิ้นคำกล่าวของหัวหน้ามด เจ้าตั๊กแตนเลยเดินกลับไปอยู่บ้านไปแบบหิวโหย ส่วนฝูงมดก็พักแบบสบายกับของกินที่เก็บมาจากตอนหน้าร้อน

นิทานอีสป

นิทานประเด็นนี้สอนให้รู้ดีว่า :
          เราทุกคนควรที่จะรู้จักหน้าที่ของตน เวลาใดควรจะดำเนินการ เวลาใดควรจะเล่น  แม้มัวแต่เล่นไม่ยินยอมดำเนินงานเลย วันหนึ่งชีวิตบางทีอาจพบเรื่องกังวลใจจนกระทั่งหันไปพึ่งใครกันแน่มิได้ เพราะว่าพวกเราไม่ยินยอมดำเนินการเพื่อหาเลี้ยงแล้วก็ยืนบนลำแข้งของตัวเองนั่นเอง

Related posts