หนูบ้านกับหนูนา นิทานก่อนนอนสนุก ๆ พร้อมสอนคุณธรรมเรื่องความพอเพียง

          นิทานอีสป หนูบ้านกับหนูทุ่งนา เรื่องราวสอนใจที่ให้แง่คิดดีๆเกี่ยวการพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี พร้อมภาพอธิบายสวยอ่านแล้วเพลิดเพลินใจตา

          การจะสอนลูกให้รู้จักการพึงพอใจในสิ่งที่เราเองมีด้วยการดึงเอาเหตุผลต่างๆมาบอกแบบมีวิธีการบางครั้งก็อาจจะเกิดเรื่องยากเกินความสามารถที่ลูกน้อยจะเข้าหัวใจ ถ้าเช่นนั้นแม่ทดลองเอานิทานสั้น พร้อมแง่คิดดีๆอย่าง นิทานอีสป หนูบ้านกับหนูท้องนา มาเล่าให้ลูกฟังก่อนนอน พร้อมด้วยให้มองภาพอธิบายไปแบบเพลิดเพลินๆรับประกันว่าลูกของพวกเราจำเป็นต้องได้แง่คิดดีๆเพื่อไปประยุกต์ในชีวิตแน่ๆ เรื่องราวจะสนุกเท่าไร ตามมาอ่านกันได้เลย

          ในยามเช้าอันผ่องใสวันหนึ่ง หนูบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองอันแสนวุ่นวายได้เริ่มเดินทางไปเยี่ยมหนูนาที่บ้านนอก ซึ่งตัวเขาเองก็มิได้กลับไปตรงนั้นมานานยาวนานหลายปี มันเดินรอนแรมแบบไม่พักกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน สุดท้ายก็มาถึงบ้านของหนูท้องนา ทั้งยัง 2 เจอหน้ากันก็เข้ามาโผกอดทักอย่างยอดเยี่ยมจิตใจ

นิทานอีสป

          “พี่หนูบ้าน คืออะไรบ้าง ฉันนึกถึงพี่อย่างยิ่งมิได้เจอกันตั้งยาวนานหลายปี” หนูนากล่าวทักอปิ้งจิตใจเบิกบาน

          “พี่สบายดีน้องหนูทุ่งนา รับประทานอิ่มอยู่สบาย อยู่ในเมืองจะทำอะไรก็สบายไปหมด” หนูบ้านตอบแบบกระหยิ่มใจ

          “ดีจังที่ได้ยินแบบนั้น… มาๆเข้าบ้านกันก่อนพี่ ฉันเตรียมอาหารไว้มาก พี่อิดโรยมาตลอดวันอาจจะหิวห่วย” หนูที่นาชักชวนให้เข้ามาด้านในโพรงไม้ขอบชายนาน่าพักของตนเอง

          เพียงพอเข้ามาในโพรงไม้ ของกินที่หนูทุ่งนาจัดไว้อย่างยอดเยี่ยมกลับมีเพียงแค่ข้าวสาร เมล็ดพืชและก็ผลไม้เพียงแค่เล็กๆน้อยๆ มิได้มีของกินน่าอร่อยเสมือนที่หนูเมืองคิดเอาไว้

          “โธ่ หนูนาน้องพี่ นี่คุณรับประทานอาหารเหล่านี้ไปได้ยังไงกัน วันๆไม่เคยได้รับประทานของที่ดีมากกว่านี้เลยหรือไร” หนูบ้านหันมาถามหนูที่นาด้วยสีหน้าท่าทางแสนหวังดี

นิทานอีสป

          “ฉันว่านี่ก็ดีนะพี่ ของกินแต่ละอย่างคุณภาพดีๆทั้งหมด ขนาดคนกรุงยังมารับไปขายเลย” เสียงของหนูท้องนาตอบกลับแบบแผ่วเบา ด้วยความรู้สึกอายที่ว่าของกินนั้นผิดหัวใจแขกแขก

          “ทำตามนี้ ประเดี๋ยวพวกเราเข้าเมืองท่องเที่ยวบ้านพี่กัน การันตีว่าจะมีอาหารคุณภาพดีจำนวนมากให้คุณได้รับประทานอย่างมีความสุข” พอเพียงหนูทุ่งนากล่าวจบ อีกทั้ง 2 ก็ทานอาหารแล้วไปนอน เมื่อดวงอาทิตย์เปล่งแสงมา พวกเขาก็เลยเริ่มเดินทางไปยังในเมืองโดยทันที

          เมื่อถึงยังหน้าบ้านในเมืองอันแสนแออัดคับแคบแม้กระนั้นเต็มไปด้วยเครื่องใช้ล้ำยุค หนูนาที่เพิ่งจะเข้ามาในเมืองคราวแรกก็รู้สึกประหลาดใจน้อยว่าพี่หนูบ้านไม่อึดอัดหรือเช่นไร ที่จะต้องอยู่เพียงแค่ในรูแสนแออัดของชุมชนเมืองอย่างนี้

          ภายหลังจากนั่งได้ครู่หนึ่งหนูบ้านก็ถือของกินละลานตามาพร้อมเสิร์ฟต้อนรับแขก มีทั้งยังเค้ก ชีส นม เนย ของกินอย่างยอดเยี่ยมแบบที่หนูทุ่งนาไม่เคยมองเห็นมาก่อน “โอ้โห ! พี่หนูบ้าน พี่ได้รับประทานของดีอย่างงี้ทุกๆวันเลยหรือจ๊ะ” หนูที่นาร้องออกมาด้วยเสียงตื่นเต้น

นิทานอีสป

          “ใช่แล้วน้องพี่ ก็คุณอยู่ต่างจังหวัดได้รับประทานแต่ว่าของไม่ดี อยู่ในเมืองแบบพี่นี่สิ ชีวิตที่ใครๆก็ต้องการมีกัน” หนูบ้านบอกจบก็มีเสียงแปลกๆดังขึ้นมาในทันที “เหมียว เหมียว !”
    
          “โน่นเสียงอะไรหรือพี่” หนูที่นาถามอย่างหนักใจ

          “อาจเป็นเสียงเพลงล่ะมั้ง คนแถวนี้เขาถูกใจฟังเพลงกัน ไม่เป็นไรนะหนูนาน้องพี่ พวกเรามากินอาหารกันเหอะ” หนูบ้านกับหนูนากินอาหารอย่างอร่อย แต่ว่าเสียงร้องเหมียวๆก็ใกล้เข้ามาทุกครั้ง

          ขณะเดียวกันนั้นเอง แมวร่างใหญ่ก็โผล่เข้ามาข้างโต๊ะอาหาร หนู 2 ตัวต่างวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงด้วยความสะดุ้ง หนูทุ่งนาวิ่งไปหลบซ่อนในถังที่มีไว้เพื่อใส่ขยะอันเหม็นเน่า นั่งสั่นเทิ้มเทานั่นหลายชั่วโมงและหลังจากนั้นก็ค่อยกล้าเดินออกมา
นิทานอีสป

          “น้องหนูท้องนา !” เสียงหนูบ้านตะคอกดังสนั่นมาแต่ไกลเมื่อได้มองเห็นหน้าหนูที่นา “ไปหลบที่แหน่งใดมา พี่นึกว่าโดนเจ้าแมวโน่นคาบไปเสียแล้ว

          “ฉันหลบอยู่ที่ถังที่มีไว้เพื่อใส่ขยะเหม็นเน่ามา ฉันกลัวอย่างยิ่งพี่ ต้องการกลับไปอยู่บ้านเต็มทนแล้ว” หนูทุ่งนาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

          “แม้กระนั้นตรงนี้มีของดีๆรอคอยให้คุณมากินอีกล้นหลามเลยค่ะ” หนูบ้านกล่าวรั้งไว้

          “ของดีเพียงใดฉันก็กินไม่ลงหรอกพี่ ขอตัวกลับไปอยู่ที่บ้านไปรับประทานของเท่าที่มีแม้กระนั้นรู้สึกพอใจในต่างจังหวัดจะดีมากยิ่งกว่า” กล่าวจบหนูนาก็เดินกลับบ้านนอก ทิ้งให้หนูบ้านอยู่อย่างหวาดหวั่นที่เขตเมืองถัดไป

นิทานอีสป

นิทานหัวข้อนี้สอนให้ทราบว่า :

          สิ่งไหนที่พวกเรามีแล้วรู้สึกบันเทิงใจที่ได้เป็นเจ้าของย่อมนำความสำราญมาสู่ชีวิตเสมอ แต่ว่าสิ่งใดที่มีแล้วหวาดหวั่นทุกคราวโน่นเป็นความทุกข์ทรมาน ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราควรจะพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเราเองมี เท่านั้นก็พอเพียงแล้ว

Related posts