อันตรายใกล้ตัว ! ลูกสำลักนม มีวิธีสังเกตอาการและป้องกันอย่างไร ?

          ลูกสำลักนม เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับเด็กทารกทุกคน โดยคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ทันระวังด้วย ซึ่งการสำลักนมในเด็กตัวเล็กๆนั้น อาจส่งผลให้ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้พวกเราจะพาไปรู้จักต้นสายปลายเหตุ แนวทางพินิจอาการ พร้อมแนวทางคุ้มครองปกป้องไม่ให้ลูกสำลักนมกัน


ลูกสำลักนม

          หลายคราที่ปัญหาสำลักนมในเด็กตัวเล็กๆแปลงเป็นเหตุไม่คาดคิดที่เอาชีวิตลูกน้อย ซึ่งส่วนมากแล้วมักเกิดขึ้นในกรณีเด็กรับประทานนมจากขวด แล้วป๋าคุณแม่ให้นมลูกไม่ทันระวัง หรือปลดปล่อยให้เด็กดูดนมผู้เดียว ขวดที่เอาไว้ใส่สำหรับนมกำเนิดเปลี่ยนแปลงองศาสูงมากขึ้น จนถึงนมไหลล้นมามากจนเกินไป ทำให้ลูกสำลักนมรวมทั้งมีอันตรายถึงกับตายได้ ด้วยเหตุนี้เพื่อไม่ให้เรื่องน่าสงสารแบบนี้เกิดขึ้น พวกเรามาดูต้นสายปลายเหตุ แนวทางพินิจอาการ หากลูกสำลักนมควรจะทำยังไง พร้อมแนวทางคุ้มครองปกป้องไม่ให้ลูกสำลักนมกันเลย

ลูกสำลักนมได้ยังไง ?

          การสำลักเกิดขึ้นเมื่อลูกดูดนมเข้าไปในปากหมากว่าที่จะกลืนได้ในแต่ละครั้ง ทำให้นมส่วนที่ล้นออกมาไหลเข้าไปในทางเดินหายใจรวมทั้งอุดกันการเข้า-ออกของอากาศ ก็เลยนำมาซึ่งการสำลักได้ ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้ลูกสำลักนมนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายเหตุ  เป็นต้นว่า

ปัจจัยภายในที่เกิดขึ้นมาจากตัวเด็กเอง

          – เด็กทารกที่มีปัญหาอวัยวะเกี่ยวโยงกับการดูดกลืนเปลี่ยนไปจากปกติ เป็นต้นว่า ปากแหว่งเพดานแหว่ง ช่องต่อกลางทางเดินของกินกับระบบทางเท้าหายใจมีปัญหา หรือภาวการณ์หูรูดทางเดินอาหารที่ยังปิดได้ไม่สมบูรณ์

          – ทารกที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจหรือปอด ทำให้ต้องหายใจร้อนขึ้น ก็เลยได้โอกาสสำหรับในการสำลักมากยิ่งกว่าเด็กทั่วๆไป

          – ปัญหาด้านความเจริญที่ชักช้า หรือมีประวัติชัก ก็มีความเสี่ยงต่อการสำลักได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นมาจากการให้นม

          – ลูกสำลักนมเนื่องจากว่าขั้นตอนการให้นม การให้ลูกดูดนมแม่ ช่องทางที่จะมีการสำลักมีน้อย เพราะว่านมแม่จะไหลก็เมื่อลูกออกแรงดูด แม้กระนั้นหากให้นมขวด นมจะไหลออกมาเรื่อยฉะนั้นถ้าเกิดแม่อุ้มให้นมลูกผิดแนวทาง ยกตัวอย่างเช่น ป้อนนมในเวลาที่เด็กหลับ ป้อนนมในระหว่างที่ลูกกำลังร้อง ใช้เครื่องใช้ไม้สอยช่วยค้ำขวดที่มีไว้สำหรับใส่นม หรือให้ลูกนอนกินนม ก็ได้โอกาสทำให้ลูกสำลักนมได้

          – ลูกสำลักนมเพราะเหตุว่าจำนวนนม ม่าม้าคนไม่ใช่น้อยรู้ผิดประเด็นการป้อนนมลูก อย่างเวลาลูกร้องก็ชอบป้อนนมอย่างเดียว เนื่องจากว่านึกว่าหิว ทำให้จำนวนนมในกระเพาะมากเกินความปรารถนา รวมทั้งมีการสำลักนมออกมา

          – ลูกสำลักนมเนื่องจากว่าการใช้จุกนมที่ไม่ถูกขนาด ไม่เหมาะสมกับตอนวัย หรือรูจุกนมใหญ่เกิน ก็มีส่วนทำให้นมไหลเร็วเกินความจำเป็นทำให้ลูกกลืนไม่ทัน รวมทั้งเสี่ยงสำลักนมเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ลูกสำลักนม

อาการสำลักของเด็กแรกคลอด

          แนวทางพินิจอาการลูกสำลักนม เพื่อจัดการกับปัญหาสำลักนมได้อย่างทันการ แล้วก็คุ้มครองปกป้องอันตรายที่บางทีอาจเกิดขึ้น มีดังนี้

          1. ในขณะที่เด็กรับประทานนมจากขวด แรกๆจะมีลักษณะไอ ราวกับจะขย้อนนมออกมา แม้สำลักไม่มากมายก็บางทีอาจไอบางส่วน 2-3 ครั้งแล้วหลังจากนั้นก็หายเอง แม่ควรจะนั่งเอามือพยุงหน้าลูกไว้ เบาๆลูบคลำข้างหลังเบาๆเพื่อลูกรู้สึกสบายตัวขึ้น

          2. หากว่าไอแรงจนกระทั่งขนาดหน้าเขียว หรือมีเสียงหายใจไม่ดีเหมือนปกติ ดังครืดคราด ม่าม้าควรจะรีบพาลูกไปพบหมอโดยเร่งด่วน
 
          3. บางเวลาการสำลักบางทีอาจไม่จำเป็นที่จะต้องสำลักในตอนที่ลูกรับประทานนม เนื่องจากว่าระหว่างที่เด็กนอน หูรุดกระเพาะจะเบาๆคลายตัว ทำให้นมไหลถอยกลับขึ้นมาจนกระทั่งทำให้สำลักได้

ลูกสำลักนม

ทำเช่นไร เมื่อลูกสำลักนม

          เมื่อลูกกำเนิดอาการสำลักนม คุณพ่อและก็คุณแม่หลายๆคนก็อาจจะตกอกตกใจ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะปรับแก้ไม่ถูกแนวทางได้ ซึ่งการเกื้อกูลเมื่อลูกสำลักนมที่ถูกสามารถทำเป็นโดย…

         ห้ามอุ้มเด็กขึ้นเมื่อมีการสำลัก

         จับเด็กนอนตะแคง โดยให้หัวเด็กลดลง เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้นมไหลย้อนกลับไปที่ปอด

         ถ้าเกิดเด็กยังรู้ตัว แม้กระนั้นชีพจรไม่เต้น ทำท่าเสมือนร้องแม้กระนั้นไม่มีเสียง มีความหมายว่ามีการตันฟุตบาทหายใจแบบบริบูรณ์ ถ้าเกิดไม่รีบช่วยทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แนวทางช่วยทำให้จับเด็กคว่ำหน้า หัวต่ำ แล้วเอามือเคาะข้างหลังแบบในรูปภาพ 5 ครั้ง

ลูกสำลักนม
รูปภาพที่นำมาจาก : medlineplus.gov

         ถ้าหากยังชีพจรไม่เต้น ให้ทำ Chest thrust แบบในรูปภาพ 5 ครั้ง โดยให้เด็กอยู่ในท่าหัวต่ำ ผู้ช่วยเหลือทำนิ้วสองนิ้ว กดลงไปแรงๆบนกระดูกอก ทำสลับไปจนกระทั่งจะหายใจหรือร้องได้

ลูกสำลักนม
ภาพที่เอามาจาก : medlineplus.gov

แนวทางคุ้มครองป้องกันการสำลักนม

          1. ตอน 6 เดือนแรกควรจะให้ลูกรับประทานนมแม่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่สมควร เป็นเมื่ออายุ 4-6 เดือนไปแล้ว เพราะเหตุว่าความถนัดการดูดกลืนของลูกดำเนินงานเจริญมากเพิ่มขึ้นกว่าทีแรกๆกำเนิด สามารถยกคอตั้งชันได้ดิบได้ดี ช่องทางที่จะมีการสำลักก็มีน้อยลง

          2. ปรับท่านอนการกินนมให้ถูก โดยควรจะเอียง 45 องศาเวลาดูดนม

          3. ไม่เสนอแนะให้ใช้เครื่องไม้เครื่องมือช่วยเหลือต่างๆค้ำขวดที่เอาไว้ใส่นม เพราะว่าจะก่อให้นมไหลลงมาเร็วและก็แรงเกินความจำเป็นได้

          4. ข้างหลังการให้นม ควรจะอุ้มพาดไหล่เพื่อลูกน้อยเรอทุกคราว สำหรับเด็กตัวเล็กๆ (0-2 เดือน) ที่คอยังไม่แข็ง ควรที่จะใช้แนวทางอุ้มลูกนั่งตัก ใช้มือพยุงตอนขากรรไกรเพื่อประคับประคองหัว แล้วก็ใช้มืออีกข้างลูบคลำข้างหลังขึ้นเบาๆส่วนเด็กที่คอแข็งก็ดีแล้ว บางทีอาจใช้วิธีการทำอุ้มพาดไหล่ ใช้มือประคับประคองข้างหลัง คลำขึ้นเบาๆ

          5. ข้างหลังเรอเสร็จแล้วให้จับนั่งหรือนอนในท่าหัวสูงราวๆ 30 นาทีก่อน ค่อยให้นอนในท่าธรรมดา หรือจับให้เด็กแบเบาะนอนตะแคงแทนการนอนหงาย เพื่อไม่ให้มีการไหลย้อนกลับมาของนมออกมาทางหลอดของกิน จนถึงเป็นเหตุให้เกิดการสำลักนมได้

          6. ตรวจเช็กภาวะจุกนมและก็แปลงจุกนมตามช่วงเวลาที่สมควร ไม่ใช้จุกนมที่มีขนาดใหญ่รวมทั้งไหลเร็วกระทั่งเหลือเกิน

          7. ดูเวลาลูกดูดนม ต้องมีฟองอากาศเล็กๆในขวดสูงราวๆ 2-3 มม.ก็เพียงพอ ซึ่งเป็นการดูดที่มีจังหวะพอดิบพอดี

ลูกสำลักนม

          ลูกสำลักนม แม้ว่าจะก่อให้เกิดอันตรายที่คิดไม่ถึง แต่ว่าก็สามารถคุ้มครองได้ ถ้าเกิดรู้ทันรวมทั้งเตรียมรับมือเมื่อลูกสำลักนมได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญคุณพ่อและก็คุณแม่ควรจะป้อนนมในจำนวนสมควร อย่าทำให้เด็กนอนดูดนมผู้เดียว รวมทั้งไม่ใช้เครื่องไม้เครื่องมือช่วยเหลือต่างๆที่ช่วยค้ำขวดที่มีไว้สำหรับใส่นม ก็จะช่วยลดการเสี่ยงที่อาจก่อให้ลูกสำลักนมได้แล้ว

ข้อมูลที่ได้รับมาจาก : natur.co.th, thaichildcare.com, rakluke.com, mamaexpert.com

Related posts