โรคซึมเศร้า โรคทางจิตเวชที่ต้องรีบรักษา


          โรคเซื่องซึม โรคทางจิตเวชที่รุกรามคนทั้งโลก รวมทั้งลักษณะการป่วยบางทีอาจร้ายแรงถึงกับขนาดทำให้ฆ่าตัวตายฆ่าตัวตายได้ มาตรวจเช็กอาการพร้อมแนวทางรักษากัน

         โรคเซื่องซึม (Major depressive disorder) เป็นโรคด้านจิตเวชที่พบได้มากที่สุด คนไข้มิได้เป็นบ้าและไม่ได้เป็นคนชั่ว แม้กระนั้นเป็นผู้ที่มีลักษณะเจ็บป่วยทางอารมณ์อย่างหนึ่งซึ่งอยากได้การดูแลรักษา เพราะเหตุว่าถ้าเกิดปลดปล่อยไว้ ผู้เจ็บป่วยบางทีอาจฆ่าตัวตายฆ่าตัวตายได้ เพราะว่ามีสถิติที่กล่าวว่า คนไข้โรคเศร้าหมองเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายเสร็จมากยิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปถึง 20 เท่า

โรคซึมเศร้า
คลิกมองรูปใหญ่พอดีนี่
          ดังนี้ ธนาคารโลกได้ทำการศึกษาเรียนรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้วคาดเดาว่า ในปี 2020 โรคกลัดกลุ้มจะเปลี่ยนเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับนานาชาติชั้นที่ 2 รองจากโรคหัวใจเส้นโลหิต เนื่องจากว่าต้นสายปลายเหตุด้านเศรษฐกิจรวมทั้งสังคมที่บีบคั้นการใช้ชีวิตของมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
         ในเวลาที่เมืองไทยเอง กรมสุขภาพจิตก็มิได้นิ่งดูดายกับปัญหานี้ เนื่องจากได้เฝ้าเฝ้ามองเหตุการณ์โรคไม่มีชีวิตชีวามาตลอด โดยจากข้อมูลในปี 2559 พบว่ามีชาวไทยป่วยด้วยโรคหม่นหมองกว่า 12 ล้านคน รวมทั้งเป็นคนที่มิได้เจอหมอมากยิ่งกว่า 1 ล้านคน ก็เลยนับว่าเป็นประเด็นหลักที่จะต้องดูแล

โรคหม่นหมองเป็นยังไง

          โรคเหงาหงอยเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่ทำให้คนเจ็บมีลักษณะเจ็บไข้อีกทั้งร่างกาย จิตใจ รวมทั้งความนึกคิด ซึ่งอาการพวกนี้จะทำให้เกิดผลเสียต่อการดำรงชีวิตทุกวัน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองปราศจากความสุข มีแต่ว่าความรู้สึกวิตกกังวล ก็เลยจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเร็วด้วยการหารือจิตแพทย์

สิ่งที่ทำให้เกิดโรคเหงาหงอย

          โรคซึมเซาเป็นโรคทางจิตเวชที่เกิดขึ้นมาจากความผิดแปลกของสารเคมีในสมองชื่อ เซโรโทนิน (Serotonin) มีจำนวนต่ำลง ทำให้คนป่วยมีลักษณะป่วยไข้อีกทั้งร่างกาย จิตใจ แล้วก็ความนึกคิด รู้สึกท้อใจ เปลี่ยวใจ เบื่อ ไม่สนุกสนานกับชีวิต นอนไม่หลับ ตื่นเวลากลางดึก ฝันร้ายบ่อยมาก ส่งผลเสียให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการปฏิบัติงานลดน้อยลง

          ดังนี้ มูลเหตุที่ทำให้มีการเกิดอาการซึมเซามาจากหลายต้นเหตุ ทั้งยังจากทางกรรมพันธุ์ ความก้าวหน้าของจิตใจ แล้วก็สภาพแวดล้อมที่พบเจอ อาทิเช่น เผชิญกับความตึงเครียดหนักๆพบมรสุมชีวิต ไม่สบายเรื้อรังจนถึงหมดหวัง เจอกับการสิ้นไปในชีวิต ดังเช่น การพรากจากจากบิดามารดาในวัยเด็ก สูญเสียแฟน ครอบครัว ไม่มีงานทำ ปัญหาเรื่องการเงิน จำเป็นต้องย้ายบ้านทันควัน ความข้องเกี่ยวกับคนสนิทไม่ราบรื่น รวมทั้งแม้พบกับเรื่องราวหรือความรู้สึกพวกนั้นเป็นประจำก็บางทีอาจกระตุ้นให้โรคเศร้าใจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งสาเหตุทางชีวภาพ อาทิเช่น ความเคลื่อนไหวของระดับสารเคมีในสมองบางตัว ก็อาจจะก่อให้กำเนิดโรคเศร้าใจได้ด้วยเหมือนกัน

          ยิ่งไปกว่านี้ เหตุทางพันธุกรรมก็เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดโรคเหงาหงอย เพราะเหตุว่าโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่ว่าก็มิได้มีความหมายว่าถ้าเกิดมีพี่น้องเป็น แล้วพวกเราจะเป็นไปด้วย เนื่องจากจำต้องขึ้นกับว่ามีต้นสายปลายเหตุดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมากมายระตุ้นด้วยไหม อย่างไรก็ตาม สตรีมักเจอกับสภาวะนี้มากยิ่งกว่าเพศชายถึง 70% รวมทั้งมักเริ่มเมื่อราวอายุ 32 ปี

โรคซึมเศร้า

ลักษณะของโรคซึมเซา

          อาการแสดงของโรคเศร้าใจในแต่ละคนบางทีอาจแตกต่าง แต่ว่าโดยมากแล้วจะเป็นไปในรูปแบบนี้

          + มีอารมณ์ไม่มีชีวิตชีวา (ในเด็กและก็วัยรุ่นบางทีอาจเป็นอารมณ์รำคาญก็ได้)

          + ความพึงพอใจหรือความเพลินใจในกิจกรรมต่างๆเกือบทั้งหมดน้อยลงอย่างยิ่ง

          + น้ำหนักต่ำลงหรือมากขึ้นมากมาย (น้ำหนักเปลี่ยนมากยิ่งกว่าปริมาณร้อยละ 5 ต่อเดือน) หรือมีการไม่อยากกินอาหารหรือเจริญอาหารมากมาย

          + นอนไม่หลับ หรือหลับมากมายไป

          + ใจไม่ดี วุ่นวาย หรือช้าลง

          + อ่อนแรง ไม่มีเรี่ยวแรง

          + รู้สึกตัวเองไม่มีค่า

          + สมาธิลดน้อยลง เหม่อลอย หรือลังเลไปหมด

          + คิดหัวข้อการตาย คิดต้องการตาย

          * ควรมีอาการในข้อ 1 หรือ 2 ขั้นต่ำ 1 ข้อ

          * จะต้องมีอาการเป็นอยู่นาน 2 อาทิตย์ขึ้นไป รวมทั้งจะต้องมีอาการพวกนี้อยู่เกือบจะตลอดระยะเวลา เกือบจะทุกวี่วัน ไม่ใช่เป็นๆหายๆเป็นเพียงวันสองวันหายไปแล้วกลับมาเป็นใหม่  

          ดังนี้ ในผู้เจ็บป่วยที่เป็นหนักต้องระมัดระวังให้มากมาย เพราะว่าได้โอกาสคิดทำร้ายตัวเองฆ่าตัวตายสูงมากมาย ถ้าเกิดมีเรื่องมีราวมากมายระทบจิตใจเพียงแค่นิดนึง โดยจากสถิติพบว่า คนที่ฆ่าตัวตายมากยิ่งกว่าปริมาณร้อยละ 60 มีอาการป่วยด้วยโรคเซื่องซึมด้วย

          อย่างไรก็ดี อาการกลุ่มนี้จะเกิดขึ้นข้างหลังเจ็บไข้มาได้นานมากแค่ไหนไม่อาจจะบอกได้ ด้วยเหตุว่าในบางบุคคลป่วยไข้มาแล้ว 1-2 ปีถึงออกอาการ แต่ว่าบางบุคคลเจ็บไข้เพียงแค่ 6 เดือนก็รู้สึกตัวแล้ว ก็เลยสามารถรักษาให้หายได้

โรคเศร้าใจ สลับกับจิตใจเบิกบานเปลี่ยนไปจากปกติ (Bipolar disorder)

         มีโรคทางอารมณ์อีกประเภทหนึ่งเป็น โรคไบโพลาร์ ผู้ที่เป็นโรคประเภทนี้เมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาจะมีลักษณะอาการได้ 2 แบบ เป็น แบบกลัดกลุ้ม รวมทั้งแบบตรงกันข้ามกับหม่นหมอง ขณะที่มีลักษณะอาการแบบเศร้าหมอง (depressive episode) คนเจ็บจะมีลักษณะราวกับโรคกลัดกลุ้มปกติ แม้กระนั้นเมื่อมีลักษณะอาการตรงกันข้ามกับเศร้าหมอง (manic episode) ผู้เจ็บป่วยจะร่าเริงแจ่มใสไม่ปกติ สุขสบายมากมาย ขี้บ่น หัวเราะเก่ง ใจดี ใช้เงินสิ้นเปลือง มีโครงงานใหญ่ๆโตๆผุดขึ้นมาในหัวเยอะไปหมด บางรายนิสัยเสียเที่ยวไปเหลื่อมล้ำผู้อื่น บางรายมีความต้องการทางเพศมากมาย บางรายมีลักษณะอาการเชื่อไม่ถูกๆด้วย ดังเช่นว่า มีความคิดว่าตนเป็นซูเปอร์แมนมาปกป้องชาวโลก

          ดังนี้ โรคเซื่องซึมสลับกับอารมณ์เบิกบานไม่ปกตินี้อยากได้การดูแลและรักษาด้วยยาที่ต่างไปจากโรคเหงาหงอยปกติ ด้วยเหตุนั้นเมื่อเจอคนป่วยที่มีภาวการณ์เศร้าหมอง หมอชอบถามคำถามว่าเคยมีตอนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเปลี่ยนไปจากปกติไหม เพื่อช่วยแยกโรคให้ถูก

โรคซึมเศร้า โรคทางจิตเวชที่ต้องรีบรักษา
ข้อสอบโรคกลัดกลุ้ม

          แม้สงสัยว่าตนเองหรือคนสนิทอาจมีลักษณะของโรคเศร้าหมอง ทดลองดูข้อสอบตั้งแต่นี้ต่อไป จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่จะช่วยทำให้พวกเราวิเคราะห์ได้พื้นฐานว่ากำลังมีอาการป่วยด้วยโรคหม่นหมองอยู่ไหม โดยให้ตอบปัญหาว่า ในตอน 2 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ คุณมีลักษณะอาการหรือความนึกคิดในรูปแบบนี้บ้างหรือไม่

           1. รู้สึกจิตใจซึมเซา (แทบทั้งวัน)

           2. รู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อนจนกระทั่งต้องการร้องไห้

           3. รู้สึกสิ้นหวัง

           4. รู้สึกปราศจากความสุข หมดสนุก กับสิ่งที่เคยถูกใจแล้วก็เคยทำ

           5. รู้สึกผิดหวังในตัวเอง รวมทั้งโทษสิ่งที่เกิดขึ้น

           6. รู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นและมั่นใจในตนเอง

           7. รู้สึกต้องการอยู่ตามลำพังไม่ได้อยากยุ่งกับคนไหนกันแน่

           8. รู้สึกตัวเองไร้ค่า

           9. คิดอะไรไม่ออก

           10. หลงๆลืมๆง่าย

           11. คิดอะไรได้ช้ากว่าธรรมดา

           12. ทำอะไรช้า ยืดยาดกว่าธรรมดา

           13. รู้สึกเมื่อยล้าง่ายราวกับหมดแรง

           14. รู้สึกไม่อยากอาหาร กินได้น้อยกว่าเดิม

           15. นอนๆตื่นๆหลับไม่สนิท

           ถ้าหากตอบว่า “มี” ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป คือ มีสภาวะหม่นหมอง ควรจะได้รับบริการให้คำแนะนำจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเจอหมอเพื่อการบำบัดรักษา

รักษาโรคเซื่องซึมได้เช่นไร

          โรคไม่มีชีวิตชีวาสามารถรักษาได้ด้วยหลายแนวทาง ดังต่อไปนี้

          – รักษาโรคเศร้าใจด้วยยา

           การดูแลและรักษาหลักในขณะนี้ก็คือ การให้ยาแก้โรคเหงาหงอย  (antidepressant drugs) ซึ่งมีอยู่หลากหลายประเภท มีทั้งยังช

Related posts