9 ท่าโยคะสำหรับผู้สูงอายุ บำรุงกำลัง เสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย

          คนชราบริหารร่างกายด้วยโยคะดีอย่างไร แล้วควรจะฝึกหัดท่าโยคะเบื้องต้นท่าไหนบ้างที่ปลอดภัย ลองมองประโยชน์ซึ่งมาจากการโยคะสำหรับคนชรา พร้อมฝึกหัดท่าโยคะกล้วยๆออกกำลังกายกันหน่อย
ท่าโยคะผู้สูงอายุ

          การบริหารร่างกายเป็นประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายของคนทุกวัย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเสื่อมลง ระบบในร่างกายเริ่มมีปัญหา นำไปสู่โรคประจำตัวต่างๆนานา ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มาพร้อมความแก่นี้ อาจจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนแก่ไม่ดีซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุดังกล่าวเพื่อเป็นการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้พวกเราสูงอายุอย่างสง่า ผู้อาวุโสก็จึงควรหมั่นบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

          ซึ่งแนวทางออกกำลังกายในคนสูงวัยอันที่จริงแล้วมีหลายแนวทางบริหารร่างกายร่วมกัน รวมทั้งหนึ่งในซึ่งก็คือการฝึกฝนโยคะท่ารากฐานกล้วยๆที่จะช่วยยืดดูหมิ่นเหยียดหยามกล้าม รวมทั้งเป็นแนวทางผ่อนคลายเพื่อลดการเกิดความเคร่งเคลียดอีกทั้งทางร่างกายรวมทั้งจิตใจ พวกเรามาดูกันจ้ะว่าโยคะสำหรับคนวัยชราจะมีท่าไหนที่เหมาะสมกับช่วงวัย ไม่มีอันตราย แถมดีต่อร่างกายของคนวัยชรากันบ้าง
ท่าโยคะผู้สูงอายุ

โยคะสำหรับคนชรา ดียังไง

          โยคะเป็นศาสตร์การบริหารร่างกายที่ย้ำการฝึกฝนเพื่อให้มีสมาธิพร้อมด้วยการคลายเครียดกล้ามด้วยการยืด-เหยียดหยามในลักษณะท่าโยคะต่างๆยิ่งไปกว่านี้แล้วโยคะยังเป็นการบริหารร่างกายที่ช่วยสร้างสมดุลการเลี้ยงตัว ช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานต่างๆของร่างกายให้ดำเนินการได้อย่างเต็มสมรรถนะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนชราที่ฝึกหัดโยคะมีสุขภาพโดยรวมดียิ่งขึ้น มีพลังสำหรับเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆรวมถึงช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็รู้สึกถึงความมีคุณค่าในตนเอง ลดการเสี่ยงอัตรากำเนิดโรคไม่มีชีวิตชีวาในคนแก่ได้ด้วยนะคะ

          อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนโยคะสำหรับคนสูงอายุควรจะเริ่มจากท่าโยคะกล้วยๆแล้วก็ควรจะได้รับการฝึกการสอนโดยอาจารย์สอนโยคะมาก่อนที่จะฝึกหัดด้วยตัวเอง ดังนี้ก็เพื่อลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการเกิดอุบัติเหตุที่บางทีอาจเกิดโทษต่อร่างกายได้ ซึ่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พวกเราก็มีคำแนะนำก่อนฝึกหัดโยคะสำหรับคนวัยชรามาให้ทดลองพินิจพิเคราะห์กันด้วย

ท่าโยคะผู้สูงอายุ

ข้อควรระวังก่อนฝึกหัดโยคะสำหรับคนวัยแก่

          1. ควรจะเริ่มฝึกหัดโยคะภายใต้อำนาจบังคับดูแลของผู้ฝึกโยคะที่มีความชำนาญ จนถึงรู้เรื่องแล้วก็สามารถฝึกหัดโยคะได้ด้วยตัวเองจนถึงคล่องแคล่วแล้ว แล้วก็ค่อยฝึกหัดโยคะด้วยตัวเองที่บ้าน

          2. ในระยะเริ่มฝึกหัดโยคะควรจะเริ่มอย่างช้าๆเท่าที่จะทำเป็น แม้ท่าโยคะท่าไหนยากเหลือเกิน หรือหนักเหลือเกินก็ให้ผ่านไปก่อน เมื่อฝึกฝนโยคะจนถึงอยู่ตัวแล้วจึงเบาๆเริ่มฝึกฝนคราวหน้า

          3. ไม่สมควรฝึกหัดโยคะท่าที่ยากหรือมีความหวาดเสียว เสี่ยงกับการที่จะเกิดอันตรายจนถึงเหลือเกิน ในคนวัยชราควรจะฝึกฝนโยคะท่าฐานรากกล้วยๆเพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเพียงแค่นั้นก็พอเพียง

          4. ถ้าหากมีลักษณะอาการอ่อนล้าระหว่างฝึกฝนโยคะควรจะพักให้หายเหนื่อยก่อนแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยฝึกฝนต่อ ไม่สมควรฝ่าฝืนร่างกายตนเองโดยเด็ดขาด

          5. คนวัยแก่ที่มีโรคประจำตัวควรจะฝึกฝนโยคะด้วยความระวัง

          6. ควรจะฝึกหัดโยคะอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่ำอาทิตย์ละ 3-5 วัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวแล้วก็เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

          7. ควรจะอบอุ่นร่างกายด้วยการเดินหรือท่าออกกำลังกายอย่างต่ำ 5-10 นาที เพื่อปกป้องอาการบาดเจ็บ

ท่าโยคะผู้สูงอายุ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนฝึกหัดโยคะสำหรับคนชรา

          นอกเหนือจากข้อควรระวังสำหรับการฝึกหัดโยคะแล้ว พวกเรายังมีทริคเล็กๆน้อย ที่คงจะทำให้การฝึกหัดโยคะในคนแก่เป็นไปอย่างง่ายดายและก็ไม่มีอันตราย โดยทริคที่ว่าก็มีดังนี้จ้ะ

          – ควรจะฝึกหัดก่อนอาหารหรือหลังรับประทานอาหารราว 2-3 ชั่วโมง

          – เสื้อผ้าที่ใส่ต้องเป็นผ้ายืด ไม่รัดหรือหละหลวมกระทั่งเกินความจำเป็น

          – ควรจะถ่ายให้เป็นระเบียบก่อนฝึกหัดโยคะ หรือถ้าปวดถ่ายระหว่างที่ฝึกหัดให้หยุดฝึกฝนแล้วไปถ่ายในทันที

โยคะสำหรับผู้สูงวัย ฝึกฝนโยคะท่าไหนดี

          อย่างที่พูดว่าการฝึกหัดโยคะสำหรับคนสูงอายุจำเป็นต้องได้รับการฝึกการสอนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และไม่ควรจะทดลองฝึกฝนโยคะด้วยตัวเองเป็นอย่างมากนะคะ ที่สำคัญท่าโยคะที่จะฝึกฝนควรจะเริ่มจากท่าโยคะรากฐานกล้วยๆดังเช่นว่า ท่าโยคะตั้งแต่นี้ต่อไปจ้ะ

1. ท่าโยคะบนเก้าอี้

          – นั่งตัวตรงบนเก้าอี้มีพนักพิง ภาวะแข็งแรง แล้วให้เบาๆก้มคางติดอก เกร็งกล้ามค้างไว้สักประเดี๋ยว ทำใหม่ 2 รอบ

          – นั่งตัวตรง บริเวณใบหน้าตรง ต่อจากนั้นเบาๆหันไปด้านซ้าย เกร็งกล้ามคอไว้ชั่วประเดี๋ยว แล้วหันมาด้านขวา เกร็งท่าค้างไว้ ทำทั้งหมดทั้งปวง 2 รอบ

          – หมุนคอไปบริเวณอย่างช้าๆเริ่มด้านขวาก่อน 2 รอบ แล้วหมุนไปทางด้านซ้ายอีก 2 รอบ

* ผลดี

          ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามก้านคอ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามรอบๆคอแล้วก็ไหล่

2. ท่าโน้มตัว


    
          – นั่งบนเก้าอี้ ข้างหลังตรง หายใจเข้าช้าๆกับเบาๆชูแขนขึ้นเหนือหัวอย่างช้าๆจนกระทั่งชูแขนสุด

          – ค้างท่าชูแขนไว้ชั่วประเดี๋ยว หายใจออกแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยๆก้มตัมตัวลงให้มากมายเท่าที่จะพอเพียงไหว โดยในช่วงแรกๆบางทีอาจก้มลงให้คอขนานกับทรวงอกไปก่อน และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆก้มจนถึงอกแนบกับต้นขา

          – แม้สามารถก้มหน้าได้มาก ให้โน้มตัวลงมาเอามือจับข้อเท้า หรือวางมือลงบนพื้น ทำอีกครั้ง 2-5 ครั้ง

*คุณประโยชน์

          ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามก้านคอ ข้างหลัง เอว ไปจนกระทั่งกล้ามขา ช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อที่ตึง ให้มีความยืดหยุ่นและก็แคล่วคล่องว่องไวมากยิ่งขึ้น

3. ท่าต้นไม้

          – ยืนทรงตัวให้มั่นคง มือชั้นยอดจับพนักพิงเก้าอี้ไว้ เมื่อทรงตัวก้าวหน้าแล้ว ให้ชูเท้าข้างหนึ่งขึ้นกระทั่งถึงต้นขา พร้อมหายใจเข้า

          – ดูหมิ่นเหยียดหยามมือข้างที่มิได้จับพนักพิงเก้าอี้ขึ้นเเหนือศีรษะ ชูแขนให้สุด ค้างไว้สักประเดี๋ยว พร้อมหายใจออก

          – สลับมาฝึกหัดอีกข้าง ทำใหม่สักข้างละ 3 ครั้ง

* คุณประโยชน์

        ท่าโยคะต้นไม้จะช่วยยืดกล้ามต้นขา น่อง ข้อเท้า และก็กล้ามสันหลัง ช่วยสร้างความสมดุลให้การทรงตัว ลดลักษณะของการปวดข้างหลัง เดินเซ ทั้งยังช่วยทำให้ระบบที่ทำหน้าที่สำหรับการย่อยอาหารดียิ่งขึ้น ลดความเคร่งเครียด มีผลดีต่อระบบต่างๆในร่างกาย ที่สำคัญท่านี้ยังช่วยทุเลาอาการวัยทองได้ด้วย

4. ท่านัมือบ 3

          – วางเก้าอี้มีพนักไว้ข้างหน้า ห่างจากลำตัวนิดหน่อย ยืนตัวตรง หายใจเข้า ก้มตัวไปจับพนักพิงเก้าอี้ แล้วชูขาข้างหนึ่งให้สูงเท่าที่จะสูงได้ ค้างท่าไว้สักประเดี๋ยว แล้วสลับทำอีกข้างให้ครบข้างละ 3 ครั้ง

* คุณประโยชน์

          โยคะท่านี้จะช่วยหัวข้อการทรงตัว รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรงให้กับขา-บั้นท้าย

5. ท่ายืนบิดตัว

          – ยืนกางเท้าเท่าตอนไหล่ ข้างหลังตรง

          – ดูถูกแขนตรงไปข้างหน้า เมื่อทรงตัวได้แล้วให้บิดลำตัวไปทางซ้าย ค้างท่าไว้ครู่หนึ่ง

  &nbs

Related posts